|
|
มี 3 ระดับชั้น การแสดงบารมีในราชสำนักฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ 5
ราชสำนักฝ่ายใน ... ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวนั้น มีผู้นิยมวิ่งเต้นส่งบุตรหลานเข้าไปถวายตัวเป็นข้าหลวงในวังมากเป็นจำนวนมาก ผู้ใดมีช่องทางคุ้นเคยรักใคร่กับใคร ก็ช่วยชักนำกันถวายตัวเป็นข้าหลวงของบรรดาเจ้านายพระบรมวงศ์ พระมเหสี หรือเจ้าจอมชั้นผู้ใหญ่ เพื่อที่จะมีโอกาสได้รับการฝึกฝนขนบธรรมเนียม จรรยามารยาท และวิชาการชั้นสูงต่างๆ สำหรับกุลสตรี ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นโอกาสอันดีในการแสวงหาโชควาสนา ที่จะได้ถวายตัวรับราชการเป็นข้าหลวงพนักงาน หรือจนกระทั่งอาจได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้รับไว้เป็นข้าบาทบริจาริกา การที่บรรดาพระบรมวงศ์ พระภรรยาเจ้าและพระภรรยามีบริวารในสังกัดเป็นจำนวนมากนี้ จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ในสังคมไทย ตลอดจนการแสดงถึงอำนาจบารมีของเจ้านายในแต่ละสำนัก ทั้งยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้านายผู้เป็นเจ้าสำนักกับองค์พระมหากษัตริย์ ในกรณีที่ผู้เข้ามาถวายตัวเป็นข้าในสำนักนั้นเกิดเป็นที่โปรดปราน จนได้เป็นบาทบริจาริกา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสตรีที่เข้ามาสู่บารมีของเจ้านายในแต่ละสำนักนั้นมักเป็นญาติ หรือญาติของผู้พำนักอยู่ในสำนักนั้น หรือขุนนางที่เจ้าสำนักคุ้นเคยหรือไว้วางใจ ในต้นรัชกาลเจ้าสำนักส่วนใหญ่มักเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในชั้นผู้ใหญ่ เช่น สำนักของสมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร ซึ่งดำรงพระอิสริยยศเสมอด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี เนื่องจากได้ทรงเป็นผู้ถวายการอภิบาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยสำนักของพระองค์นั้นมีข้าราชสำนักมาจากหลายสายสกุล และหลายท่านได้เลื่อนฐานะเป็นพระภรรยาเจ้าและพระภรรยา นอกจากนี้ยังมีสำนักของพระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้าโสมวดี กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ พระพี่นางพระองค์ใหญ่ และสำนักท้าววรจันทร (เจ้าจอมมารดาวาด ในรัชกาลที่ 4) ซึ่งเป็นท้าวนางผู้ใหญ่ มีหน้าที่บังคับบัญชาพระสนมกำนัลท้าวนาง เถ้าแก่ พนักงานมโหรีฝ่ายใน ตลอดจนข้าราชการฝ่ายในทุกระดับชั้น สำนักกรมหลวงวรเสรฐสุดา (พระองค์เจ้าบุตรี) พระราชธิดาในรัชกาลที่ 3 โดยพระองค์เจ้าบุตรีนี้ทรงเคยเป็นผู้ถวายอภิบาลสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ พระบรมราชชนนีในรัชกาลที่ 5 ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระภรรยาเจ้า และพระภรรยามากขึ้น จึงได้แยกสำนักออกมาจากเจ้านายที่เคยสังกัดอยู่ โดยพระภรรยาเจ้า และพระภรรยาที่จะสามารถมีสำนักเป็นของตนเองได้นั้น ต้องอาศัยคุณสมบัติหลายประการ เช่น ด้านชาติตระกูล มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดาเป็นที่โปรดปราน หรือได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณจนเป็นที่โปรดปราน เป็นต้น สำนักที่มีบทบาทสำคัญได้แก่ สำนักของ สมเด็จพระตำหนัก หรือสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี สมเด็จพระอัครมเหสีพระองค์ที่ 2 ทรงเป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร โดยทรงมีเจ้าจอมอยู่ในสำนักของพระองค์ท่านหลายคนด้วยกัน เช่น เจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์เนื่อง สนิทวงศ์ เจ้าจอมมารดาพร้อม เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์ข้อ สนิทวงศ์ เจ้าจอมถนอม และเจ้าจอมเรียม เป็นต้น ส่วนข้าหลวงในสำนักนั้นมักเป็นสมาชิกจากตระกูลที่ใกล้ชิด โดยเฉพาะตระกูลสุจริตกุล และตระกูลชูโต
สำนักของ สมเด็จที่บน หรือสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ มีที่ประทับ ณ พระที่นั่งศรีสุทธาอภิรมย์ อันเป็นส่วนหนึ่งของ ที่บน หรือ หมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงเป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (รัชกาลที่ 6) จึงนับได้ว่าสำนักของพระองค์เป็นสำนักที่รุ่งเรืองมากที่สุดในหมู่พระภรรยาเจ้า เนื่องจากทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอรุ่นเล็กของรัชกาลที่ 4 จึงมีพระเจ้าลูกเธอพี่นางน้องนางที่มีวัยรุ่นเดียวกันเป็นที่สนิทชิดชอบ และเจริญพระชันษาขึ้นมาด้วยกันหลายพระองค์ และต่อมาเมื่อทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระอัครมเหสี มีพระราชโอรสเป็นหลักในการสืบราชสันตติวงศ์ จึงทำให้มีเจ้านายที่ทรงรักใคร่ต้องพระอัธยาศัยกันมาถวายความจงรักภักดีในสำนักของสมเด็จที่บนหลายพระองค์ด้วยกัน เช่น พระองค์เจ้าศรีนาคสวาสดิ์ พระองค์เจ้าแขไขดวง พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ และพระองค์เจ้านารีรัตนา เป็นต้น นอกจากนี้ยังทรงมีเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์แป้น เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์ปั้ม เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์แป้ม เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์แป้ว แห่งราชสกุลมาลากุล พระธิดาในกรมหมื่นปราบปรปักษ์ เป็นข้าหลวงคนสนิทที่ทรงโปรดปรานไว้วางพระราชหฤทัยให้เป็นนางสนองพระโอษฐ์ มีอำนาจว่ากล่าวดูแลคนทั้งปวงโดยสิทธิ์ขาด อีกทั้งยังทรงมีเจ้าจอมมารดาเลื่อน เจ้าจอมมารดาแส เจ้าจอมอ้น เจ้าจอมศรีพรหมา ธิดาเจ้าผู้ครองนครน่าน อยู่ในสังกัดสำนักสมเด็จที่บนอีกด้วย
สำนัก "พระนางเจ้าพระราชเทวี" ของพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี ทรงมีข้าหลวงในสำนักเป็นสตรีจากตระกูลบุนนาค เพราะทรงมีศักดิ์เป็นหลานตาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสำนักของเจ้าคุณจอมมารดาแพ ในฐานะญาติสายสกุลบุนนาค ซึ่งต่อมากลุ่มเจ้าจอม ก๊กออ ธิดาของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์แห่งสกุลบุนนาค ที่สังกัดอยู่กับเจ้าคุณจอมมารดาแพ ได้มาถวายงานใกล้ชิดร่วมกับพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี ภายหลังจากที่เจ้าคุณจอมมารดาแพเปลื้องหน้าที่ตามวัยวุฒิ สำนักของ ท่านองค์เล็ก หรือพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ เรียกว่า ก๊กพระวิมาดา ก๊กท่านองค์เล็ก หรือ พวกท่านองค์เล็ก เจ้าจอมและนางข้าหลวงส่วนใหญ่มักสืบสายราชสกุลมาจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น ราชสกุลลดาวัลย์, สิงหรา นอกจากฝึกหัดอบรมคุณสมบัติกุลสตรีแล้ว สำนักของพระอัครชายายังมีโรงเลี้ยงเด็กด้วย
สำนัก ตำหนักเจ้าลาว ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี มีลักษณะเป็นเอกเทศ ดำรงลักษณะเอกลักษณ์ของชาวเหนือเอาไว้ เช่น ไว้ผมยาว เกล้ามวย นุ่งซิ่น และเมื่ออยู่ในตำหนักจะพูดจาภาษาเหนือเสมอ โดยแต่เดิมพระราชชายาเจ้าดารารัศมีนั้นทรงอยู่ในสังกัดของสำนักสมเด็จที่บน ต่อมาเมื่อได้ทรงเป็นพระมเหสีแล้ว พระราชชายาจึงได้ทรงรับเอาพระญาติวงศ์และข้าราชบริพารจากเมืองเชียงใหม่เข้ามาอยู่ด้วยจนเกิดเป็นสำนักตำหนักเจ้าลาวขึ้น กล่าวกันว่าผู้ที่มาอยู่ในตำหนักพระราชชายานั้น นอกจากจะงามพิศและพูดเพราะแล้ว ดูเหมือนจะมีศิลปะในด้านการขับร้อง ฟ้อนรำ และดนตรีไทยแทบทั้งนั้น สำนัก คุณจอมแพ หรือ ท่านที่ตำหนัก ของเจ้าคุณจอมมารดาแพ เป็นพระภรรยาที่มีฐานะเป็นสะใภ้หลวง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประดิพัทธิ์ และพระราชทานเกียรติยศให้มาก โดยภายในสำนักของท่านนั้นมักเป็นสตรีที่มาจากสายสกุลบุนนาค ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) เช่น เจ้าจอมมารดาโหมด เจ้าจอมมารดอ่อน เจ้าจอมเอี่ยม เจ้าจอมเอิบ เจ้าจอมอาบ เจ้าจอมเอื้อม เป็นต้น
ข้อมูลจาก ... การบริหารราชสำนักฝ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ : ฉัตรภรณ์ จินดาเดช สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถฯ : อุทุมพร
Posted on Thu 22 Nov 2007 11:58
|